หน้าแรกเว็บร้อยตะวัน แรงบันดาลใจ รายละเอียดและวิธีการสั่งซื้อกาแฟร้อยตะวัน สาระและเรื่องราวดีๆ จากร้อยตะวัน ข้อมูลดีๆ ตั้งแต่ปี 2002-2009 แวะมาเยี่ยมชมแล้วก็เขียนอะไรสักหน่อยนะจ๊ะ มาเที่ยวจันทบุรีก็มาตามแผนที่ได้เลย ยินดีให้บริการทุกท่านครับ
Roytawan Coffee Forum ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก

ยินดีต้อนรับคุณบุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?


+  Roytawan Coffee Forum
|-+  Coffee Talk's
| |-+  จิบกาแฟคุยกัน
| | |-+ 

เครื่องชงกาแฟใหม่

« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] ลงล่าง พิมพ์
ผู้ชง หัวข้อ: เครื่องชงกาแฟใหม่  (อ่าน 412 ครั้ง)
Utut
Coffee Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3


« เมื่อ: 28 กรกฎาคม 2017 : 21:53:35 »

อยากได้เครื่องชงกาแฟใหม่ค่ะ ใช้ชงกินที่บ้านวันละ2-3 แก้ว

ดูมาจนเหลือtaurino vintage กับ la nuova cuadra
เครื่องไหนดีกว่ากันคะ อยากได้ชอตสวย ตีฟองนมได้ดี

ปล.ตัวเครื่องสวยทั้งคู่ แหะๆ
บันทึกการเข้า
WinZer
Coffee Mania
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6


« ตอบ #1 เมื่อ: 30 กรกฎาคม 2017 : 09:39:02 »

อันนี้แชร์จากประสบการณ์การใช้งานจริงนะครับ ปัจจุบันใช้ Taurino Vintage (Custom) อยู่ครับ จริงๆมันคือ Expobar Brewtus IV-R ครับ เข้าใจว่า Aroma ให้ Crem เป็น OEM ให้แบรน Taurino ซึ่งถ้ามองอีกมุมคือมันก็ Expobar นั่นแหละ

คราวนี้ ถ้าให้เทียบกับ Cuadra ตรงๆ Taurino Vintage ให้ช๊อตกาแฟที่เหนือกว่าครับ ด้วยความที่เป็น Multi-boiler กับ Rotary Pump ซึ่ง Cuadra สู้ไม่ได้ครับ ความนิ่งของช๊อตมันต่างกันพอตัวเลย จะแพ้ก็เรื่อง Made In China เนี่ยละครับ 555555

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น Taurino Vintage จะสามารถแสดงศักยภาพของมันได้สูงสุด คุณจะต้องรู้วิธีปรับจูนและอาศัยระบบรอบข้างด้วยครับ อันนี้คือรายการที่ผมเจอมากับตัวนะครับ บางรายการก็ปรับแก้ไขไว้ (เสียเงินหรือไม่ก็อีกเรื่อง 55555+)

1. ตัวท่อสตรีมมาตราฐาน แรงสตรีมจะน้อยและสตรีมยาก แรงสตรีมตกฮวบเลย แถมนมเดือดไว ต้องเอาไม้จิ้มฟันอุดรูไว้ นอกจากนั้นต้องเพิ่ม Steam Pressure จาก 1.0 > 1.4 จะช่วยให้สตรีมได้ดีขึ้นอีกเยอะมากเลยครับ ข้อนี้ผมแก้ปัญหาด้วยการเปลี่ยนก้านสตรีมพร้อมหัวเป็นของ BFC ราคาอยู่ที่ 1500 บาท (ติดต่อ Bluekoff) หรือถ้าไม่อยากเปลี่ยนทั้งก้าน ก็เปลี่ยนหัวเป็นแบบ 1 รูของ Expobar เองอะครับ แล้วดึงก้านพลาสติก (ที่เค้าบอกว่าเป็น Cool Touch) ออกซะ จะทำให้แรงสตรีมมาเต็มๆครับ สตรีมง่าย + ดีขึ้นเยอะ

2. ตัวเครื่องมันไม่สามารถทำ Pre-infusion ได้ เวลาจะทำ Ristretto แบบหัวเข้มๆ หนืดๆ จะทำยาก แต่มีวิธีคือ ต่อท่อตรงกับระบบน้ำประปา (ผ่านกรองหรือไม่ก็แล้วแต่ครับ) พอต่อตรง เวลายกวาล์วเกิน 45องศา น้ำมันจะไหลออกมาด้วยแรงดันราวๆ 2-3 บาร์ ทำให้เหมือนจำลอง Pre-infusion แบบ Manual ได้ ช่วยให้รสชาดและกลิ่นดีขึ้นอีกครับ

3. โรตารี่ปั๊มมันก็ตามเกรดพี่จีนนั่นแหละครับ ตัวมอเตอร์เสียงดังหน่อยเพราะว่าดันวางติดกับตัวสแตนเลสครอบเครื่อง แนะนำให้หาฉนวนมาบุตรงรอบๆ มอเตอร์ ก็จะช่วยซับเสียงไปได้ครับ

4. บางทีมอเตอร์อาจจะไม่นิ่งเวลาใช้ถังจุ่ม ตอนเปิดให้ทำงานบางทีแรงดันขึ้นไม่ถึงที่ตั้งไว้ (ตั้งไว้ 8.5 มีบางทีขึ้นมาแค่ 7.8 บาร์) ข้อนี้แก้ได้ด้วยการต่อท่อตรงกับน้ำประปาก็จะหมดปัญหาครับ แต่ถ้าจะใช้ถังจุ่มก็หา stop valve กันย้อนมาใส่ด้วยครับ

5. PID ตัวนี้ถือว่าโอเค แต่ถ้าให้ดี ลดอุณหภูมิลงนิดหน่อยนะครับ เพราะว่ามันติด Offset+ เล็กน้อย (ปกติผมใช้ 92) ถ้ากาแฟคั่วเข้มผมจะลดเหลือ 90-91 องศา

6. หม้อต้มสามารถทำงานได้ทีละ 1 หม้อเท่านั้น โดยหม้อสตรีมจะเป็นหม้อหลัก หม้อ brew จะเป็นหม้อรอง เวลาเปิดเครื่องมา ต้องรอหม้อสตรีมแรงดันขึ้นไป 1-1.4 บาร์ ตามที่ตั้งก่อน ถึงจะเริ่มอุ่นหม้อ brew ทำให้ตอนสตาร์ทเครื่องจะนานนิดนึง บางคนจะถามว่า เปิดทีละหม้อต้มได้มั้ย คำตอบคือได้ แต่ว่า ถ้าเปิดหม้อ brew อย่างเดียว เวลาชงต่อเนื่องจะลำบากนะครับ เพราะว่า ตัวความร้อนแค่ 1200watt และ ระบบของตัวนี้คือใช้หม้อ Steam เป็น Pre-heating (Heat-Exchange) ก่อนส่งน้ำเข้าหม้อ Brew ทำให้อุณหภูมิไม่ค่อยตก ส่วนตัวเคยชงต่อเนื่อง 100 แก้ว / 2 ชม ช่วงจังหวะชงชาต่อเนื่องที่ใช้น้ำเยอะๆ อุณหภูมิจะตกไป 1 องศา แต่ถ้าไม่เปิดหม้อ Steam จะตกไป 5-6 องศาเลย แต่ถ้าชงแค่ 2-3 แก้วแล้วไม่กะสตรีมนมอยู่แล้ว ผมว่าโอเคครับ ตอนเปิดเครื่องก็ไม่ต้องสับสวิทซ์ตัวซ้ายขึ้น ปล่อยให้หม้อ brew อุ่นไปตัวเดียวได้

7. แนะนำให้เปลี่ยนหัวฝักบัวกระจายน้ำเป็น IMS ตัวกระจายน้ำรอบๆ เพราะตัวนี้เป็น E61 ปลอม จะใช้ท่อส่งน้ำฉีดลงมาตรงๆทำให้น้ำไม่กระจายออกข้างๆแบบพวกหัว E61 แท้ ค่าหัวตกราวๆ 900 บาท

8. น้ำร้อน อย่าใช้ทีนึงเยอะ เพราะหม้อสตรีมมีน้ำไม่ถึง 1 ลิตร เปิดทีนึง 200ml แล้วเว้นพักบ้าง ผมว่าเยอะมากละ ถ้าใช้น้ำหมดจะเหมือนเปิดเครื่องใหม่เลย ต้องรอสตาร์ทใหม่หมดเลยครับ

9. วาล์วสตรีมมันรอบละเอียดไป หมุนเปิดปิดทีลำบาก ข้อนี้ผมแก้ด้วยสั่งชุดก้านสตรีม + วาล์วน้ำร้อนแบบคันโยกจากต่างประเทศมาใช้ สบายขึ้นเยอะครับ

10. เปลี่ยน Giggler จาก 1.0mm > 0.5mm เพื่อลด Flow Rate ลดอัตรา Channeling ครับ (อันนี้ต้องสั่งจาก ตปท ตัวนึงราวๆ 50 บาท) ไม่แนะนำให้เปลี่ยนนะครับเพราะค่อนข้างยุ่งยาก

โดยสรุปนะ ผมว่า Taurino Vintage จัดว่าคุ้มค่าในราคาโปร แต่ข้อเสียมันหลักๆเลยคือมันเป็น Manual เวลาชงจะต้องมาคอยโฟกัสไม่สามารถเอาเวลาไปทำอย่างอื่นได้เท่าไหร่ ถ้ารับในข้อเสียตรงนี้ กับข้อแนะนำที่ผมแนะนำไปก่อนหน้านี้ได้ ก็โอเคนะครับ ผมเองยังเล็งจะซื้อเครื่องรุ่นอื่นอีกตัวนึงมาประจำการเพราะทำเยอะๆแล้วเหนื่อยนี่ละครับ แต่ว่ายังติดสินใจไม่ได้เพราะชอบในระบบ multi-boiler เครื่องที่มี multi-boiler รุ่นอื่นๆ ก็ราคาสูงมาก เลยคิดว่ารอไปก่อนดีกว่า 55555+ ยังไงก็ลองตัดสินใจดูครับผม
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] ขึ้นบน พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น




reverse lookup

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2015, Simple Machines