
http://
ในการบดกาแฟนั้นเรียกว่า La Cimbali Magnum On Demand ทำได้ดีมากๆ เรียกว่าบดออกมาได้สม่ำเสมอและไม่เป็นก้อน เหมือนกับเครื่องบดหลายๆ ยี่ห้อ รวมทั้งยี่ห้อดังจากเยอรมัน ซึ่งบดมาเป็นก้อน และยังมีความฟุ้งกระจาย ทำให้เคาเตอร์ค่อนข้างเลอะเทอะเวลาทำงาน
เรียกว่า ถ้าเพื่อนๆ จะใช้ Grinder on Demand ในสิ่งที่ผมแนะนำให้ดูเลยอันดับต้นๆ ก็คือเรื่องผลลัพธ์ของการบดนี่แหละครับโดยดูว่า..
1. บดแล้วผงกาแฟฟุ้งกระจายมากแค่ไหน เพราะเวลาเราไปใช้งานจริง เราไม่ได้บดแก้วสองแก้วครับ แต่เราต้องบดทั้งวันไม่ต่ำกว่า 50-60 สิบแก้ว เพราะฉะนั้นเครื่องบด Grinder on Demand ที่ดี เราต้องให้ความสำคัญในเรื่องการฟุ้งกระจายเป็นอันดับต้นๆ
2. ผงกาแฟบดออกมาแล้วจับตัวเป็นก้อนๆ มากน้อยแต่ไหน ข้อนี้ก็เป็นเรื่องที่สำคัญครับ เพราะถ้าผงกาแฟจับตัวออกมาเป็นก้อนๆ เยอะไป จะทำให้เราเสียเวลาในการเกลี่ยผงกาแฟให้สม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้เกิดความหนาแน่นในส่วนใดส่วนหนึ่งเวลาเราแพ๊กกาแฟใส่ก้านอัด ซึ่งจะส่งผลให้การสกัดกาแฟอาจจะไม่ได้ 100%
โดยรวมแล้ว Grinder on Demand หลายๆ รุ่นมีการปรับปรุงตรงจุดนี้ครับ อย่างเช่น Ceado E37 Grinder on demand รุ่นปี 2012 ที่ผมทำรีวิวไว้ก็ได้รับการปรับปรุงในเรื่องการฟุ้งกระจายของผงกาแฟแล้ว แต่ก็จะมีผงกาแฟจับตัวเป็นก้อนบ้างเล็กน้อย ซึ่งก็อยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ เพราะไม่มีผลต่อการแพ๊กกาแฟเท่าไรนัก
หรืออย่าง Fiorenzato F64 on Demand ที่ผมได้ทำรีวิวไว้ ตัวนี้เรียกว่าบดได้ประทับใจมาก เพราะผงกาแฟไม่จับตัวเป็นก้อน และไม่ฟุ้งกระจาย รวมทั้งราคาไม่สูงเกินไปนักกับการเริ่มต้น ด้วยเครื่องบดแบบ Grinder on Demand ที่จะช่วยให้การทำกาแฟเร็วขึ้น
3. ความแม่นยำในการปรับตั้งปริมาณกาแฟ ในส่วนนี้เครื่องบดแบบ Grinder on Demand ที่ผมทดลองมาหลายๆ รุ่น ถือว่ามีความแม่นยำสูง จะมีเพียงบางรุ่นเท่านั้นที่ไม่ค่อยแม่นยำเท่าที่ควร
4. การตกค้างของผงกาแฟ ก็เป็นเรื่องสำคัญ ถ้าจะใช้ Grinder on Demand เราควรคำนึงถึงจุดนี้ด้วยครับ ว่ามีผงกาแฟตกค้างมากน้อยเพียงใด เพราะผงกาแฟที่ตกค้า ถ้ามีปริมาณเยอะ แน่นอนว่าย่อมส่งผลต่อความแม่นยำในเรื่องของปริมาณกาแฟครับ